วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทุน ก.พ. ประจำปี 2555 มาแล้วจ้า




สํานักงานก.พ. รับสมัครสอบแข่งขันชิงทุน ระดับม.ปลาย ประจำปี 2555


ด้วยสํานักงาน ก.พ. จะดําเนินการสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลที่จัดสรรให้กระทรวงการต่างประเทศ ประจําปี 2555 (ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 13 (9)แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล พ.ศ. 2551 จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันพร้อมทั้งกําหนดหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันเพื่อรับทุนดังกล่าว ดังต่อไปนี้ 

1.   ทุนที่รับสมัครสอบ จํานวน 3 หน่วย    รวม 3 ทุน
 รายละเอียดของทุนในแต่ละหน่วยตามเอกสารหมายเลข 1  
 2.   ข้อผูกพันในการรับทุน 
 2.1   ผู้ได้รับทุนจะต้องกลับมาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลา ที่ได้รับทุน 
 2.2  กรณีที่ผู้ได้รับทุนไม่เข้าปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานของทางราชการชดใช้ทุนตามสัญญาที่ได้ทําไว้กับกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากจะชดใช้เงินทุนที่ได้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ยังจะต้องชดใช้เงินอีก 2 เท่า ของจํานวนเงินทุนดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับอีกด้วย 
 3.   คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
     ผู้มีสิทธิสมัครสอบต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 
3.1  มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ยกเว้นในกรณีเรื่องอายุตาม ก. คุณสมบัติทั่วไป (2) ของมาตรา 36 นี้ ผู้สมัครมีอายุต่ํากว่า 18 ปี ได้ 
3.2  มีอายุไม่เกิน 20 ปี นับถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2554
3.3   กําลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจําปีการศึกษา 2554 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือหลักสูตรอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่า โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาไม่ต่ํากว่า 3.50 (ในระบบการวัดผลที่คิดคะแนนให้ A=4, B=3, C=2, D=1, E หรือ F=0) 
3.4  ผู้สมัครสอบที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่กําหนดไว้ จะต้องมีหนังสือรับรองผลการเรียนจากสถานศึกษามาแสดงว่าเป็นผู้มีผลการเรียนเทียบเท่ากับผลการเรียน ที่กําหนดไว้ หากผู้ใดไม่มีหนังสือรับรองผลการเรียนมาแสดง จะถือว่าไม่มีสิทธิในการสมัครสอบครั้งนี้ 
3.5   มีศีลธรรม วัฒนธรรม และความประพฤติดี 
3.6   ไม่อยู่ในระหว่างการรับทุนที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใด ๆ 
3.7  ผู้สมัครสอบผู้ใดไม่มีคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ไม่มีสิทธิเข้าสอบหรือได้รับทุน
4.   การรับสมัครสอบ
4.1  ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ ดูรายละเอียดได้ที่ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สํานักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์ ซอย 4 ตําบลตลาดขวัญ อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ศูนย์แนะแนวการศึกษาและข่าวสาร สํานักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งสามารถพิมพ์แบบฟอร์มที่ใช้ในการสมัครสอบได้ ในเว็บไซต์ของสํานักงาน ก.พ. ที่ http://www.ocsc.go.th, และ http://scholar3.ocsc.go.th

4.2  กําหนดวันรับสมัครสอบ และวิธีการสมัคร
4.2.1  ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน - 4 ตุลาคม 2554ทางอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตามขั้นตอนดังนี้ 
    (1)   เปิดเว็บไซต์  http://scholar3.ocsc.go.th 
    (2)   กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กําหนด ระบบจะออกเลขประจําตัวสอบและแบบฟอร์มการชําระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ 
    (3)  พิมพ์ใบสมัครและแบบฟอร์มการชําระเงินลงในกระดาษขนาด A 4 จํานวน 3 แผ่นหรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Diskette เป็นต้น 
           ในกรณีที่ไม่สามารถพิมพ์ใบสมัครหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์  ใบสมัคร หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้  
4.2.2 นําแบบฟอร์มการชําระเงิน ไปชําระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ชื่อบัญชี “ค่าธรรมเนียมสอบทุนของ ก.พ.” ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน - 5 ตุลาคม 2554 ภายในเวลาทําการของธนาคาร การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชําระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบแล้ว
4.2.3  ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบประกอบด้วย 
    (1)  ค่าธรรมเนียมสอบ หน่วยละ 100 บาท 
    (2)  ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต จํานวน 30 บาท 
          ค่าธรรมเนียมฯ จะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

4.2.4 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น 
4.2.5  การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 และ พ.ศ. 2551 ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137   
4.3 เอกสารและหลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบข้อเขียน
      (1)  ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเทอร์เน็ต ติดรูปถ่ายหน้าตรง 1 x 1.5 นิ้ว ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดํา ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี นับถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2554 ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน 
      (2)   สําเนาระเบียนแสดงผลการเรียนรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวน 1 ชุด 
      (3)  หนังสือรับรองความประพฤติและความเหมาะสมในการสมัครรับทุนจากอาจารย์ประจําชั้น 
หรืออาจารย์ที่ปรึกษา (ตามแบบฟอร์ม สนง. ก.พ. 1)  
      (4) สําเนาทะเบียนบ้าน หรือสูติบัตร หรือสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน อย่างใดอย่างหนึ่ง จํานวน 1 ชุด 
สําเนาเอกสารทุกฉบับให้เขียนรับรอง “สําเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ ระบุเลขประจําตัวสอบกํากับไว้ที่มุมด้านขวาของเอกสารทุกฉบับ และให้บรรจุเอกสารดังกล่าวในซองเอกสารขนาด A 4 เขียน ชื่อ - นามสกุล เลขประจําตัวสอบไว้ที่หน้าซอง 
4.4 ผู้สมัครสอบจะต้องตรวจสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบจริง เมื่อคณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันได้ตรวจสอบคุณสมบัติจากเอกสารและหลักฐานแล้ว ถ้าปรากฏภายหลังว่าผู้ใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบจะถือว่าขาดคุณสมบัติทันที 
4.5  ผู้สมัครสอบแข่งขันมีสิทธิสมัครได้คนละ 1 หน่วย    
4.6  ผู้สมัครสอบไว้แล้ว จะขอถอนหรือขอเปลี่ยนหน่วยที่สมัครสอบไว้ไม่ได้ หากผู้สมัครสอบระบุชื่อประเภททุนและหน่วยทุนไม่ตรงกัน จะถือหน่วยทุนเป็นสําคัญ 
4.7 ผู้พิการทางการมองเห็น ทางการได้ยินหรือการสื่อความหมาย ทางกายหรือการเคลื่อนไหว ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2537) สํานักงาน ก.พ. จะพยายามจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกให้ในวันสอบตามที่แจ้งไว้ในใบสมัครสอบ
5.   การแต่งตั้งกรรมการเกี่ยวกับการสอบ
5.1  ก.พ. จะแต่งตั้งคณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขัน 
5.2   ให้คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันแต่งตั้งกรรมการออกข้อสอบประจําวิชาและกรรมการประเมินความเหมาะสมในการรับทุน 
5.3   ให้คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันกําหนดวัน เวลา สถานที่สอบ กําหนดระเบียบและวิธีการสอบ ตัดสินปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครและปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการดําเนินการสอบแข่งขันที่ไม่ขัดกับประกาศรับสมัคร ตลอดจนกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนแทน กรณีที่มีทุนที่ไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้มีสิทธิได้รับทุน หรือมีผู้มีสิทธิได้รับทุนไม่ครบตามจํานวน 
5.4  ให้คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขัน ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมในการรับทุน และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน โดยให้ประธานกรรมการดําเนินการสอบแข่งขัน หรือกรรมการที่ประธานกรรมการมอบหมายเป็นผู้ประกาศให้ผู้สมัครสอบทราบ
6.   หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
หลักสูตรการสอบ กําหนดให้มีการสอบข้อเขียน และการประเมินความเหมาะสมในการรับทุน ดังนี้ 
6.1  การสอบข้อเขียน  ให้ดูรายละเอียดตามเอกสารหมายเลข 2
6.2  การประเมินความเหมาะสมในการรับทุน  (คะแนนเต็ม  100  คะแนน) จะประเมินความเหมาะสมในการรับทุนจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาของผู้สมัครรวมทั้งความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ที่จําเป็นสําหรับการไปศึกษาต่อต่างประเทศ และการกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานที่กําหนด เช่น พื้นความรู้ที่จําเป็นสําหรับการไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความตั้งใจจริง ทัศนคติต่อการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และการกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานที่กําหนด ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาวน์ปัญญา และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น โดยวิธีการสัมภาษณ์ และ/หรือโดยการพิจารณาประเมินด้วยวิธีการต่าง ๆ หลายวิธีรวมกัน (Assessment Centers) 
7.   เกณฑ์การตัดสิน 
7.1  ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมในการรับทุน จะต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนข้อเขียน ดังนี้ 
 -   วิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ํากว่าค่าเฉลี่ย (mean) ของผู้เข้าสอบทั้งหมดของทุกประเภททุนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 
-   คะแนนรวมทุกวิชาตามหลักสูตรสูงสุดเรียงลงมาตามลําดับจํานวนไม่เกิน 5 เท่าต่อ 1 ทุน  
 ในการสอบครั้งนี้ คณะกรรมการจะตรวจข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษของผู้สมัครสอบทั้งหมดก่อน แล้วจึงตรวจข้อสอบวิชาอื่น ๆ เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ํากว่าค่าเฉลี่ย (mean) ของผู้เข้าสอบทั้งหมด
7.2  ผู้สอบแข่งขันได้ในแต่ละหน่วยจะต้องได้คะแนนประเมินความเหมาะสมในการรับทุนไม่ต่ํากว่าร้อยละ 70      
7.3  ผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้คะแนนข้อเขียน และคะแนนประเมินความเหมาะสมในการรับทุนรวมกันสูงสุดมีสิทธิได้รับทุนก่อนผู้ได้คะแนนรวมต่ํากว่าลงมาตามลําดับ  ถ้าผู้สอบแข่งขันได้ได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้ได้คะแนนประเมินความเหมาะสมในการรับทุนสูงกว่ามีสิทธิได้รับทุนก่อน  ถ้าได้คะแนนประเมินความเหมาะสมในการรับทุนเท่ากัน  ให้ผู้ได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษสูงกว่ามีสิทธิได้รับทุนก่อน ถ้าได้คะแนนวิชาภาษาอังกฤษเท่ากันอีก ให้สัมภาษณ์ (เฉพาะผู้ได้คะแนนรวมเท่ากัน) เป็นภาษาอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง และผู้ได้คะแนนสัมภาษณ์สูงกว่ามีสิทธิได้รับทุนก่อน                    
7.4  จะประกาศรายชื่อเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับทุนเท่านั้น 
7.5  ผู้มีสิทธิได้รับทุนรายใดไม่มารายงานตัวตามวัน เวลา และสถานที่ ที่สํานักงาน ก.พ. กําหนดจะถือว่าสละสิทธิการรับทุน 
7.6  ถ้าผู้มีสิทธิได้รับทุนสละสิทธิการรับทุน หรือถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือไม่สามารถรับทุนได้ หรือปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ ซึ่งยังอยู่ภายในระยะเวลา 3 เดือน นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน จะพิจารณาให้ผู้ที่สอบแข่งขันได้ที่อยู่ในลําดับถัดไปของทุนหน่วยนั้น และยังไม่ได้รับทุนใด  ในการสอบครั้งเดียวกันนี้  เป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน 
7.7  กรณีทุนหน่วยใดไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้มีสิทธิได้รับทุน หรือมีผู้มีสิทธิได้รับทุนไม่ครบตามจํานวน  คณะกรรมการดําเนินการสอบแข่งขันอาจพิจารณาให้ผู้สอบแข่งขันได้จากทุนหน่วยอื่น หรือทุนอื่นเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน

8.   การรายงานตัวและการอบรม 
ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องไปรายงานตัวและเข้ารับการอบรมตามที่สํานักงาน ก.พ. กําหนด 
9.  การตรวจสุขภาพและอนามัย 
ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องไปรับการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ตามวัน เวลา และสถานที่ที่สํานักงาน ก.พ. กําหนด ผลการตรวจสุขภาพและอนามัยของคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ในที่นี้ให้ถือเป็นที่สุด ผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพและอนามัยจะไม่มีสิทธิขอให้ทบทวนแต่ประการใด  
10. การทําสัญญา 
ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องทําสัญญาตามแบบสัญญาที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด ทั้งนี้ จะทําสัญญาได้ ต่อเมื่อมีผลการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ที่ระบุว่าพร้อมที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศได้
11.   การรับเงินทุน ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินทุนเมื่อทําสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้รับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป - กลับ ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง ค่าใช้จ่ายประจําเดือน ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าคอมพิวเตอร์ เป็นต้น 
12. การเพิกถอนการให้ทุน 
ก.พ. จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้มีสิทธิได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้ 
12.1 ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพและอนามัยจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. 
12.2 หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการรายงานตัวเพื่อรับทุน หรือไม่เดินทางไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ตามที่สํานักงาน ก.พ. กําหนด  
12.3   เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือไม่อยู่ในมาตรฐาน หรือไม่เหมาะสม หรือไม่ประพฤติตนตามแนวทางที่ ก.พ. กําหนด 


ดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.ocsc.go.th/ocsc/th/files/prakas.pdf

ที่มา
www.vcharkarn.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น